เงิน 4 ด้าน ความหมายและความแตกต่าง

เงิน 4 ด้าน

เงิน 4 ด้าน ความหมายและความแตกต่าง

คุณทราบไหมครับ? ว่าที่มาของรายได้จริงๆทั้งหมดในโลกเราแบ่งได้เป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งซ้าย (หยุดทำ – รายได้หยุด) กับ ฝั่งขวา (หยุดทำ – รายได้ไม่หยุด)
.

1 ฝั่งซ้าย (หยุดทำ – รายได้หยุด)

E (Employee ลูกจ้าง )

  • รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน
  • รับรายได้ตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย
  • นายจ้างเป็นผู้กำหนดวิถีชีวิตและเงินเดือนให้กับคุณ
  • ขาดอิสระภาพ ต้องเซ็นชื่อ ตอกบัตร
  • ตกงานเท่ากับล้มละลาย
  • อยู่ในวงจรหนี้สิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ

S (Self-Employed ธุรกิจส่วนตัว)

  • ขายเวลาแลกกับเงิน จ้างตัวเองทำงาน
  • ชอบคิดเองทำเอง, ควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง
  • ขาดประสบการณ์
  • เจอคู่แข่งที่มีทุนหนากว่า
  • อาจจะทนทำ เพราะชอบ อิสระ แต่ไม่มี อิสรภาพ
 .

2 ฝั่งขวา  (หยุดทำ – รายได้ไม่หยุด )

B (Business Owner เจ้าของระบบและคนงาน )

  • มีทุน
  • หาคนเก่งๆ มาทำงานให้
  • หยุดทำก็มีรายได้

B มีหลายประเภท

  • บริษัท
  • แฟรนไชส์
  • การตลาดแบบเครือข่าย MLM (เป็นช่องทางที่จะเป็นเจ้าของกิจการ ที่มีความเสี่ยงน้อย)

 I (Investor นักลงทุน)

  • ไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน
  • มองผลตอบแทนจากการปัผล ดอกเบี้ย
  • ซื้อกิจการมาปรับปรุง แล้วขายต่อ

ผมว่า.. สิ่งที่หลายๆคนอาจจะยังสับสนในเรื่อง เงิน 4 ด้าน มากที่สุด น่าจะเป็นเรื่อง S กับ B ว่ามันต่างกันตรงไหน? (Self-Employed vs. Business Owner)

.

Self-Employed หรือ S ก็คือ ธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก ที่คุณยังต้องเอาตัวเองไปทำงาน หยุดงานรายได้ก็หยุด ส่วนใหญ่ คือ การเปลี่ยนจาก ด้าน E มาด้าน S ครับ คือตอนแรก เป็นลูกจ้างคนอื่น เปลี่ยนมาเป็น จ้างตัวเองทำงาน ยังต้องเหนื่อยครับ แล้วก็ยังต้องจ่ายค่าจ้างให้คนอื่น ทั้งที่ตัวเองก็ต้องทำงานหนักไปกับ ลูกน้องด้วย ส่วนมากเป็นกลุ่มที่รายได้น้อยกว่าด้าน E หรือ Employee ซะอีก (อาจจะเป็นหนี้เยอะด้วย ถ้าไม่เจ๋งจริง)

ส่วน Business Owner หรือ B คือ เจ้าของธุรกิจ หรือ คนที่ทำธุรกิจเครือข่าย หรือ เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ คือ แม้ว่าคุณจะไม่ได้ทำงานเลย แต่รายได้ก็ยังคงมีเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งมันมาจากการที่คุณต้องสร้าง ‪#‎ระบบ‬ รองรับการทำงานส่วนต่างๆแทนคุณแล้ว 100%

‪#‎ยกตัวอย่างง่ายๆ‬
ถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจทั่วๆไปก็คือ คุณจ้างพนักงานไว้หมดแล้ว ตั้งแต่ พนักงานระดับปฏิบัติการ ยัน พนักงานระดับบริหาร คุณเพียงแค่เฝ้าดู อยู่ห่างๆเท่านั้น ในกรณีธุรกิจแฟรนไชส์ ถ้าคุณซื้อ แล้วลงมือลุยเอง คุณก็ยังเป็น Self-Employed ครับ แต่ถ้าคุณจ้างพนักงานได้ครบทุกตำแหน่ง อันนี้ถึงเป็น Business Owner

ถ้าเป็นธุรกิจเครือข่าย คุณต้องสร้างคน สร้างทีมงานให้เติบโต เพราะธุรกิจเครือข่าย คุณจะมีรายได้จากผลงานของเครือข่ายที่คุณสอนให้เขาประสบความสำเร็จด้วย ดังนั้น.. เวลาทีมงานมีรายได้ คุณก็จะได้ไปด้วย มันไม่ใช่ 100% ของผลงานคุณ มันอาจจะเป็นผลตอบแทนแค่ 1% , 3% , 5% แต่มาจาก 100 คน 1,000 คน แล้วแต่ว่าคุณจะมุ่งมั่น พัฒนาองค์กร ให้มันเติบโตได้มากแค่ไหน?

คราวนี้คุณคงไม่แปลกใจ ว่าทำไม ผมถึงมีรายได้ เดือนละเป็นแสน ได้ จากงานออนไลน์ ธุรกิจแฟรนไชส์ระบบเติมเงิน จ่ายบิล ที่ลงทุนเพียงแค่ 300 บาท เท่านั้น เพราะ สิ่งที่ผมทำ คือ การพัฒนาคน พัฒนาเครือข่าย แล้วสร้างรายได้ร่วมกับทีมงานของผมยังไงละครับ

.

มีอีกหลายเรื่องครับ ที่โรงเรียนไม่เคยสอนเรา
อาทิเช่น เรื่อง เงิน 4 ด้าน พอจบมา เราเลยวิ่งไปเป็นลูกจ้างกันหมดไง!

Views All Time
Views All Time
2718
Views Today
Views Today
1

เกี่ยวกับ EkStepZa

Ekkachai Taimuang ได้เขียน 24 โพสต์ ในบล๊อกนี้.

F R E E D O M แปลว่า อิสรภาพ ผมไม่ได้แค่สะกด และแปลได้เท่านั้นครับ คำๆนี้ผมสัมผัสมันอยู่ทุกๆวัน และผมสัญญากับตัวเองไว้ว่า.. จะ "เรียนรู้ ตลอดชีวิต" เพื่อช่วยเหลือผู้คนให้มีอิสรภาพเหมือนที่ผมมี

Related posts:

ความพยายามอยู่ที่ไหน? ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
แนวคิดดีๆ เรื่องท่อส่งน้ำ
งานแบบนี้ ต้องหาคนไหม? ต้องชวนคนหรอ?
Posted on: พฤษภาคม 14, 2015, by : EkStepZa
แสดงความคิดเห็น แนะนำ ติชม ได้ที่นี่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *


วันนี้คุณโชคดีมาก ที่มาเจอเว็บนี้ คุณมีโอกาสได้เรียนรู้ งานออนไลน์ กับมืออาชีพแล้วครับ!
ขอคำปรึกษาผม ได้ที่ Line id : @ekstepza | Tel : 095-868-6374



อย่าเพิ่งปฏิเสธ สิ่งที่คุณยังไม่รู้จัก! เพราะ คุณอาจกำลังปฏิเสธ สิ่งที่คุณตามหา มาทั้งชีวิต